บทความ

ประวัติอิฐมอญ

"อิฐมอญ" หรือ "อิฐแดง" มีประวัติอันยาวนาน มาตั้งแต่สมัยทวาราวดี จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยกลุ่มชุมชนชาวมอญตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นผู้เริ่มต้นผลิตเพื่อการค้า เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยมา “อิฐมอญ” ยังเป็นที่นิยมในการก่อสร้างอย่างไม่เสื่อมคลาย ดังจะเห็นได้จาก โบราณสถานต่างๆ ที่ผ่านระยะเวลาหลายร้อยปี ยังคงหลงเหลือซึ่งความสวยงามในปัจจุบัน
“มีชาวต่างชาติบันทึกไว้ว่า อยุธยาเปรียบเสมือนเมืองที่ไม่สามารถรบเอาชนะได้ เพราะปราการสำคัญคือกำแพงเมือง ที่มีความหนามาก ถึงขนาดยั้งข้าศึกได้ในระยะหนึ่ง จนสุดท้ายไม่สามารถทำลายกำแพงอิฐได้ จึงต้องขุดไปใต้กำแพง เพื่อเผาฐานรากให้กำแพงทรุด นี่แสดงให้เห็นว่า อิฐที่มาสร้างกำแพงเมืองอยุธยามีความแข็งแกร่งคงทนมาก “(ที่มา Dailynews 17.6.2560)
“อิฐมอญ” หรืออีกชื่อ เรียก “อิฐแดง” ตามลักษณะสีอิฐ ได้มีการพัฒนาการผลิตโดยใช้เครื่องรีด แบบมีรู 2 รู 4 รู และ 3 รู เพื่อการผลิตที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น และ มีความแน่นของเนื้ออิฐมากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการก่อสร้าง ลดเวลาแรงงาน ลดการใช้ปูนลง อิฐชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบาแต่จะมีความแข็งแรงดี เหมาะกับการก่อสร้าง
ทำไมต้อง “อิฐมอญ อิฐแดง อโยธยา” ไม่น่าแปลกใจเลยว่าอยุธยาจะเป็นแหล่งที่ผลิตอิฐมอญที่คุณภาพดี แข็งแกร่ง มีความทนทานสูง เนื่องจากวัตถุดิบหลักของการผลิต คือดินเหนียว ผสม ดินทราย และเป็นที่ยอมรับว่า ไม่มีแหล่งไหนจะมีคุณภาพดีเหมือนที่อยุธยา เนื่องมาจากเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเก่าแก่ และ อีกส่วนหนึ่งคือ แกลบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่ายเพราะอยุธยาเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ประกอบกับความเชี่ยวชาญในการผลิตเพราะเป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
กว่าจะได้ “อิฐมอญ” หรือ “อิฐแดง” แต่ละก้อน ต้องผ่านขั้นตอนการคัดสรรค์ดิน ผสมดินเหนียวกับดินทรายในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ถ้าเป็นอิฐมอญตันก็ต้องผสมแกลบลงไปด้วย และ หมักดินไว้ประมาณ 1-2 คืน ขั้นตอนต่อไปคือการรีดอิฐ หรือ นำอิฐเข้าแม่พิมพ์ หลังจากนั้นนำไปตากแดด ประมาณ 4-5 วัน ให้แห้งก่อนจะเข้าเตาเผา โดยเผาในอุณหภูมิประมาณ 800-900 องศา ระยะเวลา 7-10 วัน เผาให้อิฐสุกแดง เพื่อให้ได้”อิฐมอญ” หรือ “อิฐแดง” ที่มีคุณภาพสูง และ มีความแข็งแกร่ง ไม่แตกหักง่าย พร้อมสำหรับใช้งานในการก่อสร้างทุกรูปแบบ